สุขภาพและความงาม

 
  สุขภาพและความงาม : Article
   

สารป้องกันรังสี UV จะ ช่วยป้องกันรังสี UV จากดวงอาทิตย์
      
         ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งผิวหนัง และผิวแก่ก่อนวัย สารประเภทนี้จะ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่ สารอินทรีย์ และสารอนินทรีย์ ซึ่งมีสมบัติต่างๆกัน ดังนี้ค่ะ กลุ่มสารอินทรีย์ จะช่วยดูดกลืน รังสี UV เอาไว้ ในกลุ่มนี้ อะโวเบนโซน (Avobenzone) สามารถดูดกลืน รังสี UV ไว้ได้ในช่วงกว้างที่สุด คือทั้ง UV-A (ทำให้ผิวหนังแก่เร็ว และเป็นอาจเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งที่ผิวหนัง) และ UV-B (ทำให้ผิวหนังไหม้แดด และอาจเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งที่ผิวหนัง) แต่เนื่องจากสารอะโวเบนโซนเป็นสารอินทรีย์ จึงอาจเสื่อมสภาพได้เมื่อถูกแสงแดด แถมยังถูกตั้งข้อสงสัยว่าอาจทำให้ผิวที่บอบบางแพ้ง่ายเกิดการระคายเคืองขึ้นได้อีกด้วย ส่วน สารกลุ่มอนินทรีย์ นั้นอาจจะดูดกลืนกระเจิงรังสีไปในทิศทางต่างๆหรือสะท้อนรังสีออกไปก็ได้
      
      
      ประโยชน์ของการปรับสภาพผิวด้วยผลไม้
      
         คือ ทำให้ผิวเนียนนุ่มและดูอ่อนเยาว์ขึ้น ช่วยปรับสภาพผิวที่หมองคล้ำจากการถูกแสงแดดให้ดูขาวขึ้น เสริมประสิทธิภาพในการรักษาฝ้า กระและแผลเป็นจากสิวได้ นอกจากนี้ยัง ช่วยรักษาโรคผิวหนังและโรคของต่อมขนบางชนิด ได้ด้วย การปรับสภาพผิวจะได้ผลดีมากน้อยก็ขึ้นอยู่กับ ความเข้มข้นของน้ำยา จำนวนครั้งที่ทำ และ การดูแลผิวหลังการปรับสภาพผิว
      
      
      อาหารทะเลซึ่งมีส่วนประกอบของสารไอโอดีน
      
         เป็นสำคัญนั้นมีส่วนช่วยให้เส้นผมของเรางอกงามแข็งแรง นอกจากอาหารทะเลแล้ว อาหารที่มีส่วนประกอบของ ธาตุซิลิคอน ได้แก่ ข้าวที่ขัดสีไม่มาก พวกข้าวกล้อง ข้าวแดง หรืออาหารที่มี ธาตุกำมะถัน ได้แก่ กะหล่ำปลี หัวไช้เท้า หัวหอมใหญ่ หัวหอมแดง กะหล่ำดอก แคร็อทและแอ็บเปิ้ล เหล่านี้ล้วนมีส่วนช่วยให้สุขภาพผมของเราแข็งแรง สลวยเป็นประกายได้ทั้งสิ้นค่ะ
      
      
      หลายคนเข้าใจผิดว่า ขี้ไคล คือสิ่งสกปรก
      
         ต้องทำความเข้าใจกันใหม่แล้วล่ะค่ะ เพราะความเป็นจริงแล้วชั้นขี้ไคลก็คือ ชั้นหนังกำพร้า ที่เกาะติดอยู่บนผิวหนังชั้นบนควบคู่ไปกับชั้นน้ำมันเคลือบผิว ซึ่งทำหน้าที่เป็น เกราะที่คอยคุ้มครองปกป้องผิวหน้าจากฝุ่นละออง เชื้อโรคและสารเคมี ไม่ให้ซึมผ่านลงไปทำร้ายผิวได้ง่ายๆ ดังนั้นหากคุณทั้งเช็ด ทั้งถู ใบหน้ามากเกินไปจะทำให้สูญเสียชั้นน้ำมัน และชั้นขี้ไคล สิ่งที่เกิดตามาก็คือผิวหน้าของคุณจะ เปราะบาง ขาดภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ เราจะพบว่าคนที่ล้างหน้าบ่อย ๆ ใช้น้ำยา ใช้โทนเนอร์เช็ดหน้า มักจะมีปัญหา ผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย กลายเป็นผิวบอบบางโดนอะไรนิด อะไรหน่อยก็แพ้เป็นผื่นหรือคันได้
      
      
      คุณทราบไหมคะว่า "ริมฝีปาก" เป็น เนื้อเยื่อประเภทหนึ่ง
      
         ที่เรียกว่า Mucous Membrane เป็นเนื้อเยื่อที่ต่อออกมาจากผนังช่องปาก โดยม้วนออกมาบรรจบกับผิวหนังชั้นนอก ริมฝีปากจัดได้ว่าเป็นส่วนที่มีความโดดเด่นบนใบหน้าของสาวๆ ดังนั้นคุณจึงห้ามละเลยการดูแลให้ริมฝีปากอิ่มเอิบชุ่มชื้น ไม่แห้งแตก หรือเป็นสีคล้ำกระดำกระด่างนะคะ
      
      
      เมื่อร่างกายขาดน้ำก็ส่งผลให้ผิวของเรา ขาดความชุ่มชื้น
      
         ความเหี่ยวย่นจึงถามหาเอาได้ง่ายๆ ยิ่งกับคนที่ต้องใช้ชีวิตหรือทำงานให้สถานที่ที่มี เครื่องปรับอากาศ ด้วยแล้ว อาการผิวแห้งตึงยิ่งเล่นงานหนักเข้าไปใหญ่ การทาครีมบำรุงผิวเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นอาจทำได้บ้าง แต่ก็ไม่ดีเท่าการดื่มน้ำมากๆหรอกค่ะ น้ำที่ว่านี้หมายถึงน้ำเปล่านะคะ น้ำประเภทน้ำหวาน น้ำอัดลมมีแต่จะทำให้อ้วนมากขึ้นเสียเท่านั้น น้ำที่ดีที่สุดสำหรับร่างกายก็คือ น้ำเปล่าอุ่นๆหรือไม่แช่เย็น ไม่ใส่น้ำแข็ง เพื่อร่างกายจะได้ไม่ต้องเสียพลังงานในการปรับอุณหภูมิของน้ำก่อนดูดซึมไปใช้ต่อไป
      
      
      รังแค (Pityriasis Capitis)
      
         คือ ภาวะที่ขุยเล็กๆ มีลักษณะเป็นละอองสีขาวเกิดขึ้นบนหนังศรีษะ ซึ่งแท้จริงแล้วก็คือ เซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วหลุดลอก
ออกมาโดยธรรมชาตินั่นเอง ภาวะเช่นนี้มักจะเกิดขึ้นกับ ผมแห้งและผิวหนังแห้ง แต่ก็อาจเกิดขึ้นได้กับผู้ที่มีผมมันเช่นกัน โดยออกมาในลักษณะเป็นสะเก็ดมันมีสีเหลืองไปจนถึงขาว สาเหตุของการเกิดรังแคนั้นมีอยู่หลายสาเหตุ เช่น เกิดจากปัญหาฮอร์โมนแอนโดรเจนมีปริมาณสูง ทำให้ต่อมไขมันผลิตไขมันมากขึ้น แล้วเกิดการหลุดลอกในชั้นหนังกำพร้าออกมา หรือ อาจเกิดจากปัญหาภูมิแพ้หนังศีรษะ เป็นต้น
     วิธีแก้นั้นสำคัญคือ ต้องทำความเข้าใจถึงสาเหตุของการเกิดรังแค เลือกใช้แชมพูที่มีส่วนผสมของ Cold Tar หรือ ทาโลชั่นที่มีส่วนผสมของ 2% Salicylic Acid การใช้แชมพูที่มีส่วนผสมของ Ketoconazole อย่างสม่ำเสมอ และต่อเนื่องก็สามารถรักษารังแคได้ดีเช่นกันค่ะ
      
      
      ความจริงวิตามินซีเป็นกรดอย่างหนึ่งที่มีประโยชน์มากมายมหาศาล
      
         ทั้ง ในเรื่องของการเป็น สารต้านอนุมูลอิสระ กระตุ้นภูมิคุ้มกันโรค ฯลฯ นับเป็นเรื่องยากที่จะนำเอาวิตามินซีมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าโดยให้ อยู่ในรูปของ ครีมหรือเจล และโดยเฉพาะอย่างยิ่งโฟมล้างหน้า เพราะ วิตามินซีไม่ค่อยอยู่ตัวจึงสลายตัวได้ง่ายเมื่อสัมผัสกับความร้อนหรือแสงแดด

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังมีการใช้วิตามินซีอีกประเภทหนึ่งคือการใช้กับเครื่องผลักตัวยาที่เรียกว่า "ไอออนโต ฟอเรซิน (Iontophoresis)" ซึ่งเป็นเทคนิคที่ อาศัยการปรับปรุงประจุไฟฟ้าบนผิวหนังเพื่อทำให้ตัวยาสามารถซึมผ่านผิวหนังลงไปได้ล้ำลึกยิ่งขึ้นค่ะ
      
      
      การใช้ตำรับยาสมุนไพรเพื่อการกำจัดพิษ
      
         เป็นวิธีที่ไม่เป็นอันตรายต่อระบบการทำงานของร่างกาย และยังมีผลในการช่วย สร้างธาตุอาหารมาบำรุงร่างกายอีกด้วย ตัวอย่างของพืชสมุนไพรเพื่อการกำจัดพิษเหล่านี้ได้แก่ sarsaparilla root, pepsin และ ginger root เป็นต้น สมุนไพรเพื่อการกำจัดพิษที่กล่าวมานี้ ช่วย กระตุ้นกระบวนการกำจัดและชำระล้างของร่างกาย ได้เป็นอย่างดี เพราะจะช่วย ชำระล้างสารพิษและสารตกค้างต่างๆออกไปจากร่างกายได้ค่ะ
      
      
      ทุกๆวัน เซลล์ผิวหนังเก่าๆตายไปและมีเซลล์ใหม่แทนที่
      
         หากกระแสเลือดของเราสามารถบำรุงเลี้ยงเซลล์ของผิวหนังได้อย่างพอเหมาะ ผิวหนังใหม่ที่เกิดขึ้นมาก็จะเกลี้ยงเกลา มีชีวิตชีวา แร่ธาตุสำคัญในอาหารอาหารที่ผิวหนังต้องการก็คือ กำมะถัน (Sulpher) นั่นเอง ซึ่ง อาหารที่มีส่วนประกอบของกำมะถันก็ได้แก่พืชผักทั้งหลาย เช่น หัวผักกาด หัวหอมใบขึ้นช่าย ดอกกล่ำ และแอสพารากัส เป็นต้น นอกจากนี้ผักอย่าง มะเขือเทศ ผักกาดหอมและกล่ำปลี เป็นต้น ค่ะ

นอกจากนี้ผักอย่าง มะเขือเทศ ผักกาดหอมและกล่ำปลี ซึ่งเป็นผักที่เรานิยมนำมาทำสลัดนั้นไม่เพียงแต่จะมีกำมะถัน แต่ยังมี ไฟเบอร์ ช่วยป้องกันท้องผูกได้อีกต่างหากค่ะ มีข้อแนะนำว่าการรับประทานอาหารที่มีกำมะถันนั้นถ้า จะให้ดีควรทานดิบๆ นะคะ
      
      
      ไบโอติน
      
         คือ สารอาหารที่อยู่ในตระกูล วิตามินบี และมีอยู่ในอาหารหลายชนิด เช่น ไข่แดง ตับ บรูเวอร์ยีสต์ ข้าวกล้อง ถั่วชนิดต่างๆ เป็นสารที่มีประโยขน์ ในการ ชะลอการเกิดผมหงอก และลดผมร่วง ทำให้เส้นผมแข็งแรง ไม่แตกเปราะง่าย จึงใช้รักษาปัญหาเส้นผมแตกปลาย หรือผมร่วง ผมขาดการบำรุง ดังนั้นจึงถือเป็นวิตามินตัวหนึ่งในหลายๆ ตัว ที่ใช้เป็นส่วนประกอบของโลชั่น หรือวิตามินบำรุงเส้นผมและหนังศรีษะ นอกจากนี้ไบโอตินยังช่วยในการ รักษาปัญหาเล็บเปราะ หักง่าย ในเรื่องนี้ได้มีการค้นคว้าวิจัยและได้พบว่าในการ ช่วยให้เล็บหนาขึ้น และแข็งแรงขึ้น ถึง 63 % ทีเดียวค่ะ
      
      
      สมัยนี้ใครไม่รู้จัก AHA หรือ Alphahydroxy Acid
      
         ใครไม่รู้จักก็นับว่าเชยทีเดียว AHA เป็น สารสกัดผลไม้ที่นำมาใช้
ในการปรับสภาพและรักษาปัญหาผิวพรรณค่ะ สมัยนี้สาวๆสามารถ
เข้ารับการปรับสภาพผิวด้วยกรดผลไม้นี้ได้ตามสถานเสริมความงาม
ต่างๆที่มีอยู่มากมาย ผลที่ได้หลังการทำคือผิวจะเนียนนุ่มอ่อนเยาว์
ผิวคล้ำจากแดดก็จะขาวขึ้นด้วยค่ะ การปรับสภาพผิววิธีนี้ควรทำอย่าง
สม่ำเสมอทุก 2-3 สัปดาห์ เมื่อผิวดีขึ้นอาจลดความถี่ลงได้ค่ะ

การดูแลผิวหลังหลังการปรับสภาพผิว ในวันแรกควรปล่อยให้ผิวได้พักผ่อน
ไม่ควรทาครีม ยาหรือว่าแต่งหน้า เพราะสารเคมีต่างๆอาจทำให้เกิด
การระคายเคืองได้ค่ะ