FAQ

 
  FAQ :

 
ใบหน้ารูปสี่เหลี่ยม

กรามที่ใหญ่กว่าปกติ ทำให้ใบหน้าเป็นรูปสี่เหลี่ยม อาจเกิดจากกรรมพันธุ์ หรือนิสัยที่ชอบกัดฟันทำให้กล้ามเนื้อ และกระดูกที่ใช้ในการเคี้ยวใหญ่กว่าปกติ ส่วนใหญ่ใบหน้ารูปสี่เหลี่ยมเป็นคนเอเชียมากว่าคนยุโรป ซึ่งมีความผิดปกติคือกรามด้านล่างจะยื่นออกมา ทำให้เกิดลักษณะใบหน้ารูปสี่เหลี่ยม โดยส่วนที่ยื่นออกมาด้านข้างเป็นส่วนของกระดูก และกล้ามเนื้อที่ใช้ในการบดเคี้ยวอาหาร
การแก้ไขใบหน้ารูปสี่เหลี่ยมให้เป็นรูปไข่สามารถทำได้ โดยการผ่าตัดจะทำการตัดกระดูกและกล้ามเนื้อบริเวณกรามล่าง ส่วนที่ทำให้เกิดรูปสี่เหลี่ยม

การผ่าตัดทำได้ 2 วิธี

1.ผ่าตัดโดยมีแผลด้านนอก วิธีนี้มีข้อดีคือ เป็นการผ่าตัดที่ง่ายกว่าและใช้เวลาในการผ่าตัดน้อยกว่า แต่มีข้อเสียคือ จะมีแผลผ่าตัดเกิดขึ้นบริเวณด้านข้างของกรามทั้งสองข้าง และระหว่างการผ่าตัดอาจจะไปตัดเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อบริเวณคางได้
2.ผ่าตัดโดยมีแผลในปาก ข้อดีของวิธีนี้คือ ไม่มีแผลให้เห็นภายนอกเพราะแผลจะอยู่ในปาก และโอกาสที่จะตัดเส้นประสาทที่เลี้ยงบริเวณคางจะน้อยกว่าวิธีแรก ข้อเสียคือทำได้ยากกว่า และใช้เวลาในการผ่าตัดนานกว่า

ในปัจจุบันนิยมทำวิธีผ่าตัดโดยมีแผลในปากมากกว่า เพราะไม่มีแผลให้เห็นด้านนอก การผ่าตัดใช้เวลาประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง ต้องวางยาสลบระหว่างผ่าตัด ต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลอย่างน้อย 2 – 3 วัน หลังการผ่าตัดจะอ้าปากได้เล็กน้อย เนื่องจากปวดแผล แต่ต้องต้องพยายามอ้าปากบ่อยๆ เพื่อป้องกันกรามยึด ใบหน้าจะบวมประมาณ 3 สัปดาห์ และภายใน 3 – 6 เดือนแผลจะหายเป็นปกติ จะเห็นผลของการผ่าตัดเต็มที่



การเสริมโหนกแก้ม

ใบหน้าของคนเรา มีส่วนนูนที่เด่นชัดอยู่ 3 ตำแหน่ง คือจมูก โหนกแก้มและคาง ใบหน้าที่สวยงามจะมีความสมดุลย์เกิดขึ้นในส่วนนูนเหล่านี้ ถ้าเกิดการไม่สมดุลย์ เช่นมีส่วนที่นูนน้อยเกินไป สามารถที่จะผ่าตัดเสริมเพื่อให้ส่วนเหล่านี้นูนขึ้นได้ เช่น การเสริมจมูก, เสริมคาง, เสริมโหนกแก้ม

การเสริมโหนกแก้มเป็นการผ่าตัดที่ยากกว่าการเสริมจมูกและคาง คือต้องใช้การวางยาสลบในการผ่าตัด และหลังผ่าตัดมีอาการบวมมากกว่าการเสริมจมูกและคาง การผ่าตัดเสริมโหนกแก้มแพทย์จะวางวัตถุที่ใช้เสริมบนกระดูกโหนกแก้ม ใช้เวลาในการผ่าตัด 1 – 2 ชั่วโมง หลังการผ่าตัดจะต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล 1 วัน


การผ่าตัดมีหลายวิธี
ผ่าตัดมีแผลในปากโดยไม่มีแผลภายนอก
มีแผลใต้ตาเช่นเดียวกับการผ่าตัดตาล่าง
มีแผลหน้าหูเช่นเดียวกับการดึงหน้า
พราะต้องมีแผลผ่าตัดบริเวณอื่นที่จะนำกระดูกออกมาใช้เช่น ชายโครง, เอวหรือศีรษะ

การดึงหน้า

คนเราเมื่ออายุมากขึ้นจะมีการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ใบหน้าก็เช่นกันจะมีการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ดูอายุมากขึ้นใน 2 ส่วน

1.การเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง จะเกิดรอยย่น เกิดการหย่อนยานของผิวหนังและเกิดจุดด่างดำขึ้นที่ใบหน้า

2.การเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง โดยเนื้อบริเวณแก้มจะเคลื่อนลงล่างทำให้ร่องแก้มชิดขึ้น เกิดการหย่อนของเนื้อเยื่อใต้ต่อกราม และการหย่อนของกล้ามเนื้อที่คอ
การผ่าตัดดึงหน้าช่วยให้ดูอ่อนวัยขึ้น โดยหลักการของการผ่าตัดจะแก้ไขในส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลงโดย

1.แก้ไขการหย่อนยานและรอยย่นของผิวหนังที่ใบหน้า โดยการตัดผิวหนังส่วนเกินออก

2.แก้ไขการหย่อนของเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังโดยการเย็บรั้งเนื้อที่หย่อนให้อยู่ในตำแหน่งปกติ

การผ่าตัดจะทำได้ทั้งการวางยาสลบ หรือฉีดยาชาเฉพาะที่ ขึ้นกับความต้องการของคนไข้ และดุลยพินิจและความเชี่ยวชาญของแพทย์ โดยปกติจะใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง จะมีแผลผ่าตัดที่หนังศีรษะเหนือต่อหูผิวหนังหน้าและหลังหู หลังจากแผลหายเป็นปกติแล้วจะเกิดรอยแผลเป็นน้อยมาก เรียกว่าถ้าไม่สังเกตุจริง ๆ จะไม่เห็นรอยแผลเป็นเลย หลังผ่าตัดต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล 1 วัน หลังการผ่าตัด 10 วันเมื่อผลหายเป็นปกติสามารถไปทำงานได้ แต่ถ้าในผู้ป่วยที่มีไขมันใต้คางมากสามารถดูดหรือตัดไขมันใต้คางพร้อมกับการผ่าตัดดึงหน้าได้เลย ส่วนของกล้ามเนื้อใต้คางที่หย่อนยานสามารถแก้ไขได้โดยการผ่าตัดเก็บกล้ามเนื้อให้กระชับขึ้น จะมีแผลที่บริเวณใต้คาง


ข้อควรปฏิบัติ

1.นอนยกศีรษะสูงเพื่อลดอาการบวม
2.สระผมได้หลังผ่าตัด 2 วัน
3.ตัดไหมหลังผ่าตัด 5 – 7 วัน
4. ออกกำลังกายได้ตามปกติหลังผ่าตัด 5 สัปดาห์