แผลที่ศีรษะ
ส่วนใหญ่จะผ่าตัดโดยวิธีที่มีแผลในปากโดยไม่มีแผลภายนอก เพราะจะไม่มีแผลเป็นให้เห็น
ในส่วนของวัตถุที่ใช้ในการเสริมมีหลายชนิด เช่น ใช้กระดูกของตัวเอง, ใช้สารพวกแคลเซียม(HYDROXYAPATITE) , สารโพลีเมอร์ เช่น ซิลิโคน
ในปัจจุบันนิยมใช้สารพวกซิลิโคนในการเสริมโหนกแก้ม เพราะว่าใช้ง่ายเหลาเป็นรูปทรงง่าย ถอดออกง่าย และร่างกายรับสารเหล่านี้ไว้ในร่างกายได้โดยไม่มีอันตราย ส่วนสารพวกแคลเซียมจะยึดติดกับเนื้อเยื่อได้ดีกว่าซิลิโคน แต่การเหลาให้เข้ารูปและการถอดออกทำได้ยากกว่า การใช้กระดูกตัวเองในการเสริมไม่นิยมใช้เ
 
  • มีปัญหาคือกรามใหญ่และคางยาวงอน พอจะมีวิธีการแก้ไขอย่างไรได้บ้าง และมีอีกปัญหาคือเรื่องฉีดไขมันที่แก้ม ถ้าฉีดแล้วจะทำให้ดูหน้าอิ่มขึ้นหรือเปล่า และจะเป็นอันตรายไหม?
  •   กรณีกรามใหญ่ด้านข้างก่อนอื่นแพทย์จะทำการวินิจฉัยก่อนว่ากรามใหญ่นั้นสาเหตุ เกิดจากอะไร บางคนใหญ่จากกล้ามเนื้อกรามหนาตัว บางคนเกิดจากกระดูกกรามโตและยื่นออกมา การรักษาก็ทำการผ่าตัดตามสาเหตุของกรามที่ใหญ่ ส ่วนกรณีของคางที่ยื่นออกมาก็สามารถตัดส่วนที่ยื่นออกได้ และมัดกระดูกให้นิ่ง
    การฉีดไขมันแก้มทำให้หน้าอิ่มขึ้น การฉีดไขมันต้องฉีด 2 - 3 ครั้ง จึงจะอยู่ตัว การใช้ไขมันเทียมในท้องตลาดจะต้องระมัดระวังให้มาก ส่วนใหญ่จะเป็นซิลิโคนเหลว คือเมื่อตอนฉีดใหม่ ๆ จะดูดีมาก สวยอิ่มเอิบ แล้วราคากูถูกด้วย แต่จะมีผลเสียตามมามากมาย เช่นมีการไหลมากองด้านล่าง มีการอักเสบ และมีการผิดรูปร่างไปเมื่อฉีดไปเป็นเวลานาน ๆ กลับด้านบน
       
     
  • มีปัญหาเรื่องใบหน้าคือมีรอยย่นที่หน้าผากและคิ้ว ไม่ทราบว่าพอจะมีวิธีการรักษาให้หายได้อย่างไรบ้าง?
  •   การรักษารอยย่นที่หน้าผากและหัวคิ้วถ้าเป็นไม่มาก อาจใช้สาร BOTOX หรือคอลลาเจน ฉีดเพื่อลบรอยย่นได้ และถ้าหากเป็นมากคงต้องใช้วิธีการผ่าตัดคือจะทำให้กล้ามเนื้อ ที่ทำให้เกิดรอยย่นอ่อนแรงลงโดยหั่นเป็นตารางหรือตัดออกบางส่วน หรือหลังจากนั้นดึงผิวหนังขึ้นตามแนวหน้าผาก แล้วเย็บผิวหนังอีกครั้ง การผ่าตัดวิธีนี้ควรดมยาสลบ และก่อนทำการผ่าตัดคนไข้ควรสระผม และอดอาหารประมาณ 6-8 ชั่วโมง ตรวจเช็คร่างกายให้พร้อม และหยุดยาที่ทำให้เกล็ดเลือดจางเมื่อทำการผ่าตัดเสร็จแล้วอีกประมาณ 2 วัน จึงสระผมได้ และอีก 7 วันจึงตัดไหมได้ กลับด้านบน
       
     
  • เรื่องใบหน้าเป็นกระ จะเป็นที่แก้มทั้งสองข้างและเป็นมากด้วย เคยรักษาโดยการใช้ยาทาหลายครั้งแล้วแต่ก็ไม่หาย ถ้าจะรักษาด้วยการใช้เลเซอร์จะทำให้หายได้หรือเปล่า และในการรักษาไม่ทราบว่าจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง และใช้เวลาในการรักษานานเท่าไหร่ถึงจะหาย จะมีอาการข้างเคียงอย่างไรบ้าง และจะทำให้เป็นแผลเป็นหรือเปล่า ?
  •   กระหรือที่ในภาษาอังกฤษเรียกว่า "Freckle" ถ้าเป็นคนฝรั่งก็จะมีเยอะ แต่สำหรับคนไทยแล้วก็พบได้บ่อยเหมือนกัน ยิ่งถ้าออกแดดบ่อย ๆ ก็จะยิ่งเป็นเยอะขึ้น สำหรับกระโดยทั่วไปอาจจะแบ่งได้ง่าย ๆ ออกเป็น 2 ชนิดคือกระชนิดตื้น และกระชนิดลึก ลักษณะของกระชนิดตื้น สีจะค่อนข้างออกไปทางน้ำตาลเข็ม เนื่องจากเม็ดสีส่วนใหญ่จะอยู่ในชั้นหนังกำพร้าซึ่งเป็นผิวหนังชั้นนอกสุด ในขณะที่กระชนิดลึกสีจะออกไปทางคล้ำ ๆ และจางกว่า จะไม่เข็มมากเหมือนกระชนิดตื้นเนื่องจากเม็ดสีส่วนใหญ่จะอยู่ลึกลงไปในชั้นหนังแท้

    การรักษากระ สำหรับการรักษากระชนิดนี้ค่อนข้างง่าย โดยอาจจะใช้น้ำยาที่มีฤทธิ์เป็นกรด แต้มในบริเวณที่เป็นกระ ใช้เวลาประมาณ 7 วัน ห้ามแกะหรือเกาบริเวณที่แต้มน้ำยา แผลจะตกสะเก็ดแล้วหลุดออกไปในที่สุด บางคนที่เป็นกระตื้นแล้วใจร้อนอยากให้หลุดไว ๆ ก็อาจจะใช้เลเซอร์ชนิดคาร์บอนไดออกไซด์ยิงบริเวณที่เป็นกระโดยใช้พลังงานต่ำ ๆ หลังทำอาจจะเป็นแผลถลอกตื้น ๆ เล็กน้อยไม่กี่วันแผลก็จะหายเป็นปกติ แต่สำหรับกระชนิดลึกการรักษาจะยุ่งยากกว่าเนื่องจากใช้น้ำยาแต้มก็ไม่ได้ผล หรือถ้าใช้เลเซอร์ชนิดคาร์บอนไดออกไซด์ก็ต้องใช้พลังงานสูง จึงจะทำลายเม็ดสีของกระที่อยู่ลึกในชั้นหนังแท้ได้ แต่ก็มีโอกาสเสี่ยงมาก การใช้เลเซอร์ชนิดคาร์บอนไดออกไซด์พลังงานสูง ๆ อาจมีพลังงานหลงเหลือไปทำลายเนื้อเยื่อบริเวณใกล้เคียงโดยรอบ และทำให้เกิดแผลเป็นได้ การรักษากระชนิดลึกที่ได้ผลในปัจจุบันควรจะ ใช้เลเซอร์ชนิดที่มีความเฉพาะเจาะจงในการทำลายเม็ดสีผิวหนัง ซึ่งปัจจุบันเลเซอร์ที่มีคุณสมบัติดังกล่าวมีอยู่หลายชนิด แต่ทุกชนิดมีหลักการเดียวกันทั้งหมดคือมุ่งทำลายเฉพาะเม็ดสีผิวหนัง และมีพลังงานเหลือน้อยมากที่จะไปทำลายเนื้อเยื่ออื่น ๆ ของผิวหนัง อันที่จริงเลเซอร์เม็ดสี ใช้ได้ดีทั้งกระชนิดตื้นและกระชนิดลึก และแผลที่เกิดก็เป็นแผลถลอกตี้น ๆ เท่านั้น จะใช้เวลาประมาณ 4 - 5 วัน แผลก็จะหายเป็นปกติ สำหรับการใช้เลเซอร์เม็ดสีจะมีโอกาสที่เกิดแผลเป็นน้อยมาก มีบางรายอาจจะเกิดเป็นรอยขาวมักจะเป็นเพียงชั่วคราว แล้วสีก็ค่อย ๆ กลับคืนมาเป็นปกติ กลับด้านบน
       
     
  • จี้ไฝด้วยไฟฟ้าตรงใบหน้าแล้วทำให้เป็นแผลเป็นสีชมพู ทีแรกนึกว่ามันจะค่อย ๆ จางหายพอเวลาผ่านไป 3-4 ปี มันก็ไม่หาย มีวิธีไหนบ้างที่จะทำให้แผลเป็นที่เป็นสีชมพูจางลง แล้วถ้ามันจางลงมันจะกลมกลืนกับสีผิวบนใบหน้าหรือเปล่า ?
  •   แผลเป็นที่เป็นสีชมพู จากการใช้ไฟฟ้า จี้ เนื่องจากการจี้ จะทำให้ผิวหนังบริเวณที่จี้ได้รับความร้อนจากไฟฟ้า การรักษาคือจะใช้ยาที่สามารถดูดความร้อนจาก Cell และแก้ไขสีชมพูหลังการทำ ไฟฟ้าได้ครับ กรณีของคุณแผลสีชมพูเป็นมาประมาณ 3 - 4 ปี คงต้องใช้ Laser ดูดสีชมพูออกไปครับ เนื่องจากเป็นมานานแล้ว กลับด้านบน
       
     
  • สนใจเรื่องการกำจัดขี้แมลงวันบนใบหน้า ปัจจุบันนี้ที่เป็นอยู่ประมาณ 20 จุดได้ มีวิธีที่จะทำให้ขี้แมลงวันหายไปได้หรือเปล่า ?
  •   การกำจัดขี้แมลงวัน ก็จะมีการรักษาโดยวิธีการใช้ Laser หรือใช้เครื่องจี้ธรรมดาก็ได้ สำหรับการใช้สารเคมีจี้ โดยเฉพาะผิวบริเวณใบหน้า ไม่แนะนำ เพราะสารเคมีไม่สามารถกำหนดความลึกของแผลได้ กลับด้านบน
       
     
  • มีปัญหาเรื่องแผลเป็นบนใบหน้า ขอทราบรายละเอียดในการลบรอยแผลเป็นว่ามีวิธีการรักษาอย่างไรบ้าง ?
  •   การลบรอยแผลเป็นบนใบหน้า ต้องดูว่าแผลเป็นนั้นเป็นนานแค่ไหน เป็นแผลเป็นแบบนูนหรือหลุมลึก ขนาดแผลเป็นเท่าไหร่ และเกิดจากอะไร มีการทำลายของผิวลึกแค่ไหน แต่ส่วนใหญ่แล้วจะแนะนำให้พบแพทย์ที่เชี่ยวชาญดู และวิเคราะห์ก่อน การรักษาขึ้นกับลักษณะต่าง ๆ ตามที่กล่าวข้างต้น มีตั้งแต่ทายา, ฉีดยา, ตกแต่งแผลใหม่, ใช้ Laser , ใช้ Phono, ใช้ Ionto ฯลฯ กลับด้านบน
       
     
  • ทรีทเม้นท์ฟอกผิวขาวเนียนถาวร จะทำให้ผิวขาวได้จริงหรือเปล่า และจะมีอันตรายต่อผิวหรือไม่ ?
  •   ต้องดูส่วนผสม ถ้าจะให้ดีส่งยาที่สงสัยไปที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แล้วสอบถามได้ กลับด้านบน
       
     
  • มีปัญหาใบหน้าเป็นฝ้า ตรงโหนกแก้ม และจมูก และก็มีรอยช้ำจากสิว ผิวเป็นหลุม ต้องการให้มันหายไป แต่ก็ไม่กล้าที่จะซื้อยามาใช้เอง กลัวหน้าจะแดงและแพ้ อยากให้แนะนำวิธีการรักษาที่ถูกต้อง ?
  •   ปัญหาเรื่องฝ้าเป็นปัญหาที่เกิดจากผิวหนังบริเวณนั้น ๆ สร้างเม็ดสี Melanin มากกว่าบริเวณอื่น ๆ ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดจากแสงแดดเป็นตัวกระตุ้น ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ทำให้จางลงได้ โดยใช้ยาแล้วใช้ครีมกันแดดร่วมด้วย แต่การรักษาค่อนข้างใช้เวลา และควรพบแพทย์ด้วยเพื่อดูว่าขณะที่ใช้มีอาการข้างเคียงอะไรหรือเปล่า เพื่อจะได้ป้องกันได้ ปัญหาเรื่องรอยสิว หลุมบริเวณใบหน้า สามารถทำให้ทุเลาลงได้โดยการใช้ยาทา การทำ IONTO , การใช้ AHA, การขัดกรอหน้า หรือการใช้เลเซอร์ แต่ที่สำคัญที่สุดคือควรพบแพทย์ก่อนเพื่อพิจารณาวิธีที่เหมาะสมกับใบหน้าที่สุด กลับด้านบน
       
     
  • การรักษาหน้าโดยการกรอหน้า จะต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่ และจะต้องทำอย่างไรบ้าง ?
  •   ปัญหารอยแผลเป็นจากการเป็นสิวทำให้เป็นหลุม หน้าไม่เรียบ ช่วยได้โดยการกรอหน้า หรือการทำไอออนโต หรือการใช้ AHA หรือการใช้เลเซอร์ แต่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสมกับตัวคุณเองให้มากที่สุด การกรอหน้าจะใช้ค่าใช้จ่ายเป็นหลักพันถึงหลักหมื่น ขึ้นกับพื้นที่ที่จะกรอมากน้อยเท่าไหร่ การทำก็ฉีดยาชาบริเวณที่จะกรอ แล้วใช้เครื่องที่มีผิวเหมือนกระดาษทรายละเอียดขัด ทำเสร็จแล้วสามารถกลับบ้านได้เลย
    กลับด้านบน
       
     
  • เกี่ยวกับใบหน้า คือใบหน้าของดิฉันใหญ่และกรามกลาง คืออยากจะทำให้ใบหน้าเรียวเล็กลง ไม่ทราบว่าพอจะมีวิธีการทำอย่างไรบ้าง ?
  •   รูปหน้าที่มีกรามใหญ่กว้าง สามารถแก้ไขให้เรียวเล็กลงได้ ด้วยการผ่าตัดกระดูกกรามบริเวณมุมคาง เป็นการผ่าตัดใหญ่ ซึ่งต้องวางยาสลบ แล้วเปิดแผลในช่องปาก ใช้เครื่องมือสอดเข้าไปตัด หลังผ่าตัดใบหน้าจะบวมและต้องนอนพักในโรงพยาบาลประมาณ 5 - 7 วัน ค่าใช้จ่ายก็เป็นหลักหมื่น กลับด้านบน
       
     
  • มีขี้แมลงวันหรือที่เรียกกันว่า "ไฝ" ขึ้นมากบริเวณใบหน้า อยากจะทราบสาเหตุว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร และจะกำจัดได้อย่างไร ?
  •   ขี้แมลงวันหรือไฝ เป็นการเจริญผิดปกติของตัวสร้างเม็ดสีในผิวหนัง กรรมพันธุ์ก็มีส่วนทำให้เป็นมากขึ้น แต่บางคนก็เป็นได้เองโดยที่พี่น้องไม่เป็นก็ได้กลับด้านบน
       
     
  • การรักษาบางคนบอกว่าใช้เข็มจิ้มแล้วเอาสบู่แห้งมาใส่บริเวณที่จิ้ม เป็นวิธีที่ถูกหรือเปล่าและมีอันตรายอย่างไร ?
  •   การรักษาเช่นนั้นเป็นการกระทำที่ผิดและเป็นผลเสียต่อผิวหน้า การรักษาที่ดีที่สุดตอนนี้คือการใช้เลเซอร์เอาออก กลับด้านบน
       
     
  • มีสิวที่เกิดขึ้นตามใบหน้ามาก พอสิวหายก็จะมีรอยสีดำ หรือเป็นจุด ควรทำอย่างไรอยากให้ช่วยแนะนำให้ด้วย?
  •   การรักษาสิวในกรณีของคุณคงต้องใช้ยากินร่วมกับยาทา และก็มีความจำเป็นต้องรีบรักษาเนื่องจาก สิวของคุณเกือบทั้งหมดเมื่อหายแล้วจะเป็นแผลเป็น ถ้าไม่รักษาสิวแต่เนิ่น ๆ แผลเป็นจะมีมากและรักษายาก กลับด้านบน
       
     
  • มีปัญหาผิวหน้ามันผิวไม่เรียบ มีสิวและแผลเป็นเยอะมาก จึงต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจที่จะรักษา ?
  •   การรักษาคงต้องแยกเป็นกรณีไปคือ
    1.ต้องรักษาสิวที่จะเกิดขึ้นใหม่ไปด้วยเพราะถ้ามิฉะนั้นจะเกิดแผลเป็นขึ้นใหม่ไม่จบสิ้น การรักษาก็ด้วยกินยาร่วมกับทายา
    2.การรักษาหน้ามัน เป็นสิ่งจำเป็นเพราะสภาพหน้าที่มันจะเป็นต้นเหตุให้เกิดสิวได้ง่าย การรักษาก็ด้วยยากินและทายา
    3.การรักษาแผลเป็น แบ่งเป็นแผลแป็นชนิดดำ กับชนิดเป็นหลุมผิวไม่เรียบ การรักษาก็จะทำได้โดยการเลเซอร์, ไอออนโต หรือว่าใช้เป็นโฟโนโฟเรซีส ร่วมกับการใช้ยากลุ่มที่ทำให้หน้าขาวใส และกระตุ้นคลอลาเจนให้ผิวหน้า กลับด้านบน
       
     
  • เป็นสิวหายยากแบบนี้เกี่ยวกับเลือดลมในร่างกายหรือไม่ แต่ทำไมขึ้นเฉพาะที่หน้าที่อื่นไม่ขึ้นเลย ดิฉันเป็นคนที่ชอบทานผักและผลไม้มาก ๆ แต่ผิวตัวและผิวหน้าทำไมไม่ดีเลย ?
  •   ผิวแพ้ง่ายถ้าจะให้ดีที่สุดควรล้างหน้าด้วยน้ำเปล่า แต่ถ้าผิวหน้ามันมากล้างด้วยน้ำเปล่าไม่หมดก็ควรใช้สบู่เด็กที่ไม่มีกลิ่นหอม กลับด้านบน
       
     
  • เคยทานยาคุมที่ลดอาการหน้ามันและการเกิดสิว กินไปหลายแผงแต่ไม่ได้ผล ยังคงเป็นสิวเหมือนเดิม ช่วยแนะนำการรักษาให้ด้วย่ ?
  •   สิวมีสาเหตุจากฮอร์โมนในร่างกายได้ ซึ่งชาวบ้านเรียกว่าเลือดลมก็ได้ การรักษาอาจโดยการกินยาคุมเช่น Dian -35 รักษาได้ แต่ควรไปพบแพทย์ก่อนเริ่มกินยา เพราะมีบางภาวะที่กินไม่ได้ และอาจมีฝ้าเกิดขึ้นได้ และนอกจากนี้ก็ยังจะมีวิธีการรักษาได้อีกเช่น Biomagic Treatment เป็นเทคนิคการรักษาผิวหน้าเพื่อความเนียนใส ขาว อย่างไรริ้วรอย ด้วยการใช้แร่ธาตุและวิตามินทางธรรมชาติ การกระตุ้นขบวนการเร่งการสร้างผิวใหม่ ในขณะที่ยังคงความชุ่มชื้น และเนียนใส เป็นวิธีที่เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว นอกเหนือไปกว่านั้น ความสามารถในการลดอนุมูลอิสระซึ่ง เกิดจากผลของปฏิกิริยาอ๊อกซิเคชั่นในเซล จะช่วยทำให้ลดการทำลายของเซลล์ผิวหนัง ส่งผลให้ผิวดูอ่อนวัย และป้องกันปัญหาที่มักพบบ่อยในคนสูงวัยหรือขาดการบำรุง ขั้นตอนในการทำแต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 45 นาที ไม่มีอาการแสบแดง หรือผลข้างเคียงรุนแรง ในช่วงแรกอาจทำอาทิตย์ละครั้ง ต่อจากนั้นสามารถทำเดือนละครั้งได้เพื่อเป็นการดูแลรักษาต่อเนื่อง Treatment เพื่อรักษารูขุมขน,กว้างผิวเปลือกส้ม,ไม่เรียบ การที่ผิวหน้าของเรามีความมันอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้รูขุมขนกว้าง และมีสิวเสี้ยน ในบางครั้งถึงแม้ว่าจะรักษาสิวเสี้ยนแล้ว แต่สภาพรุขุมขนก็ยังคงกว้างอยู่ การรักษาด้วยวิธีมาร์คขจัดสารพิษและลดความมัน จึงเป็นการรักษาที่ทันเหตุ หลักการรักษาด้วยวิธีนี้จะอาศัยหลัก การของผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากเซลล์ออโตไลเซทของยีสท์ ในการควบคุมการหลังน้ำมันบนใบหน้า, กรดแลคติกจากพืช ช่วยขจัดเซลล์ตาย และวิตามินจากธรรมชาติและสมุนไพรจะทำให้ผิวชุ่มชื้น กระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ส่งผลให้รูขุมขนกระชับขึ้น ควรทำสัปดาห์ละครั้งในช่วงแรก จนกว่าสภาพผิวจะดีขึ้นแล้วห่างออกในช่วงหลัง กลับด้านบน
       
     
  • การแก้ไขรอยย่นรอบตาหรือบริเวณใบหน้า สามารถแก้ไขได้หรือไม่ ได้ผลดีเพียงใด ?
  •   แก้ไขได้ แต่ไม่สามารถอยู่ทนได้ตลอด ธรรมชาติทำให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นเมื่ออายุเพิ่มขึ้น ถึงแม้จะผ่าตัดแล้วก็ตาม กลับด้านบน
       
     
  • มีวิธีการดูแลผิวหน้าและรอยแผลเป็นที่เป็นหลุมจากสิวอย่างไรบ้าง ?
  •   การดูแลผิวหน้าและรอยแผลเป็นที่เป็นหลุมจากสิว สามารถทำได้หลายอย่าง และอาจทำเป็นขั้นเป็นตอนไปว่าจะเป็นการทำ AHA Treatment, การทำ IONTO หรือการทำเลเซอร์ เพื่อกรอผิวหน้า แต่ทั้งหมดนี้ก็ขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์ผู้ดูแล ที่ได้พูดคุยกับคนไข้ในการอธิบายข้อดีข้อเสีย และราคาในการทำ กลับด้านบน
       
     
  • สนใจเรื่องของการแก้ไขกรามด้านข้างใหญ่ ต้องการทำให้เล็กลง ไม่ทราบว่ามีการทำกี่วิธี และสาเหตุที่ใหญ่นั้นเกิดจากอะไร ?
  •  

    ปกติสาเหตุของกรามใหญ่ เกิดจากกรรมพันธุ์ หรือจากการสบของฟันไม่ดี ทำให้กล้ามเนื้อในการเคี้ยวทำงานมากทำให้กล้ามเนื้อใหญ่ขึ้น การรักษาก็ต้องดูว่ากรามใหญ่จากกล้ามเนื้อหรือจากโครงกระดูก ที่ใหญ่ขึ้นถ้าเกิดจากกล้ามเนื้อก็ตัดกล้ามเนื้อ (Masseter) ให้เล็กลง และบางลงทำให้กรามเล็กลง กรณีเกิดจากกระดูกก็สามารถเจียให้เล็กหรือตัดให้เล็กลง ทั้งนี้ต้อง X-ray แล้ววัดว่าควรจะต้องตัดออกมากน้อยแค่ไหน การตัดกระดูกก็สามารถทำได้ โดยผ่านทางด้านนอกจะมีแผลด้านข้างประมาณ 2 เซนติเมตร หรือทำจากในปากก็ได้ แต่ทั้ง 2 วิธี ควรจะทำภายใต้การดมยาของวิสัญญีแพทย์ กลับด้านบน

     

       
      -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
     
  • เปลือกตาหย่อนและมีตีนกา
           คุณ ๆ เคยตื่นขึ้นมาตอนเช้า ลุกส่องกระจกพร้อมกับมองเงาของตัวเองในกระจก แล้วบ่นกับตัวเองว่าทำมั๊ย….ทำไม เปลือกตาบนของฉันถึงหย่อนได้ขนาดนี้ แถมยังมีตีนกามาประทับบนใบหน้าบ้างไหม
    แน่นอนเรื่องของความหย่อนยานเหี่ยวย่นของผิวหนังหรือริ้วรอยที่บ่งบอกถึงอายุที่มากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่คุณ ๆ ทั้งหลายไม่พึงปรารถนาเลย แต่มันก็ต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอนตามธรรมชาติ ถึงแม้หลายคนพยายามสรรหาครีมสารพัดยี่ห้อมาทาชะลอริ้วรอย เรียกว่ายี่ห้อไหนดังๆ โฆษณาที่ว่าแน่ๆ ใช้แล้วสามารถลบริ้วรอย ให้เต่งตึงเด้งดึ๊ง ๆ จะต้องขวนขวายไปหามาซื้อมาใช้ทันที แต่ถ้ายังไม่ได้ผลการทำศัลยกรรมเพื่อการเสริมสวยก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง
       
     
  • ริ้วรอยที่หน้าผาก
           คุณ ๆ สงสัยบ้างมั๊ยว่าริ้วรอยที่หน้าผากเรามีได้อย่างไร ปกติที่หน้าผากเราจะมีกล้ามเนื้อใต้ผิวหนังทำหน้าที่ย่นหน้าผากเลิกคิ้วหรือขมวดคิ้ว ดังนั้นผลจากการหดตัวของกล้ามเนื้อเพื่อทำหน้าที่ดังกล่าวเป็นเวลานานๆ ก็ทำให้เกิดเป็นริ้วรอยลึกขึ้น และไม่ว่าคุณจะมีริ้วรอยที่ลึกขนาดไหนศัลยกรรม เพื่อการเสริมสวยก็ไม่รีรอที่จะเข้าไปแก้ไขริ้วรอยดังกล่าวให้กับผู้รักความสวยความงามทั้งหลาย

         ก่อนอื่นคุณหมอจะตรวจดูความหย่อนเหี่ยวย่นของผิวหนังบนใบหน้าของคุณว่ามีมากน้อยแค่ไหน จากนั้นคุณหมอก็จะให้คุณทานยาลดความกังวล ซึ่งยานี้จะทำให้คุณง่วงนอน จากนั้นคุณหมอก็จะฉีดยาชาบริเวณขมับใกล้ ๆ กับไรผมก่อนจะทำการผ่าตัดซึ่งทำได้ 2 วิธีคือ
    วิธีแรกได้แก่การผ่าตัดดึงหน้าผาก โดยจะฉีดยาชาหรือวางยาให้หลับแล้วใช้มีดกรีดหลังต่อแนวไรผม แล้วเลาะใต้ชั้นผิวหนังและกล้ามเนื้อตลอดหน้าผาก เสร็จแล้วก็ตัดกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ดังกล่าวออกไปบางส่วน เพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อ เพื่อไม่ให้เกิดริ้วรอยอีก เสร็จแล้วก็ดึงผิวหนังให้ตึง ตัดผิวหนังส่วนเกินแล้วเย็บปิดแผลแค่นี้ก็เสร็จแล้วครับ

          วิธีที่สองผ่าตัดโดยการใช้กล้องช่วยโดยคุณหมอจะเจาะรูเล็ก ๆ 4 – 5 รู และสอดกล้องเข้าไปใต้แผล เพื่อช่วยมองว่าหมอจะเลาะไปถึงไหน ต้องหลบและระวังเส้นประสาทอะไรบ้าง แล้วก็ดึงผิวหนังที่หย่อนให้ตึง แค่นี้ก็เสร็จโดยมีแผลเล็ก ๆ เท่านั้น
       
     
  • ใบหน้ารูปสี่เหลี่ยม
           กรามที่ใหญ่กว่าปกติ ทำให้ใบหน้าเป็นรูปสี่เหลี่ยม อาจเกิดจากกรรมพันธุ์ หรือนิสัยที่ชอบกัดฟันทำให้กล้ามเนื้อ และกระดูกที่ใช้ในการเคี้ยวใหญ่กว่าปกติ ส่วนใหญ่ใบหน้ารูปสี่เหลี่ยมเป็นคนเอเชียมากว่าคนยุโรป ซึ่งมีความผิดปกติคือกรามด้านล่างจะยื่นออกมา ทำให้เกิดลักษณะใบหน้ารูปสี่เหลี่ยม โดยส่วนที่ยื่นออกมาด้านข้างเป็นส่วนของกระดูก และกล้ามเนื้อที่ใช้ในการบดเคี้ยวอาหาร
    การแก้ไขใบหน้ารูปสี่เหลี่ยมให้เป็นรูปไข่สามารถทำได้ โดยการผ่าตัดจะทำการตัดกระดูกและกล้ามเนื้อบริเวณกรามล่าง ส่วนที่ทำให้เกิดรูปสี่เหลี่ยม

    การผ่าตัดทำได้ 2 วิธี
    1.ผ่าตัดโดยมีแผลด้านนอก วิธีนี้มีข้อดีคือ เป็นการผ่าตัดที่ง่ายกว่าและใช้เวลาในการผ่าตัดน้อยกว่า แต่มีข้อเสียคือ จะมีแผลผ่าตัดเกิดขึ้นบริเวณด้านข้างของกรามทั้งสองข้าง และระหว่างการผ่าตัดอาจจะไปตัดเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อบริเวณคางได้
    2.ผ่าตัดโดยมีแผลในปาก ข้อดีของวิธีนี้คือ ไม่มีแผลให้เห็นภายนอกเพราะแผลจะอยู่ในปาก และโอกาสที่จะตัดเส้นประสาทที่เลี้ยงบริเวณคางจะน้อยกว่าวิธีแรก ข้อเสียคือทำได้ยากกว่า และใช้เวลาในการผ่าตัดนานกว่า

          ในปัจจุบันนิยมทำวิธีผ่าตัดโดยมีแผลในปากมากกว่า เพราะไม่มีแผลให้เห็นด้านนอก การผ่าตัดใช้เวลาประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง ต้องวางยาสลบระหว่างผ่าตัด ต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลอย่างน้อย 2 – 3 วัน หลังการผ่าตัดจะอ้าปากได้เล็กน้อย เนื่องจากปวดแผล แต่ต้องต้องพยายามอ้าปากบ่อยๆ เพื่อป้องกันกรามยึด ใบหน้าจะบวมประมาณ 3 สัปดาห์ และภายใน 3 – 6 เดือนแผลจะหายเป็นปกติ จะเห็นผลของการผ่าตัดเต็มที่
       
     
  • การเสริมโหนกแก้ม
           ใบหน้าของคนเรา มีส่วนนูนที่เด่นชัดอยู่ 3 ตำแหน่ง คือจมูก โหนกแก้มและคาง ใบหน้าที่สวยงามจะมีความสมดุลย์เกิดขึ้นในส่วนนูนเหล่านี้ ถ้าเกิดการไม่สมดุลย์ เช่นมีส่วนที่นูนน้อยเกินไป สามารถที่จะผ่าตัดเสริมเพื่อให้ส่วนเหล่านี้นูนขึ้นได้ เช่น การเสริมจมูก, เสริมคาง, เสริมโหนกแก้ม

          การเสริมโหนกแก้มเป็นการผ่าตัดที่ยากกว่าการเสริมจมูกและคาง คือต้องใช้การวางยาสลบในการผ่าตัด และหลังผ่าตัดมีอาการบวมมากกว่าการเสริมจมูกและคาง การผ่าตัดเสริมโหนกแก้มแพทย์จะวางวัตถุที่ใช้เสริมบนกระดูกโหนกแก้ม ใช้เวลาในการผ่าตัด 1 – 2 ชั่วโมง หลังการผ่าตัดจะต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล 1 วัน

    การผ่าตัดมีหลายวิธี
    ผ่าตัดมีแผลในปากโดยไม่มีแผลภายนอก
    มีแผลใต้ตาเช่นเดียวกับการผ่าตัดตาล่าง
    มีแผลหน้าหูเช่นเดียวกับการดึงหน้า
    พราะต้องมีแผลผ่าตัดบริเวณอื่นที่จะนำกระดูกออกมาใช้เช่น ชายโครง, เอวหรือศีรษะ
       
     
  • การ
  • ดึงหน้า
      คนเราเมื่ออายุมากขึ้นจะมีการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ใบหน้าก็เช่นกันจะมีการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ดูอายุมากขึ้นใน 2 ส่วน

    1.การเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง จะเกิดรอยย่น เกิดการหย่อนยานของผิวหนังและเกิดจุดด่างดำขึ้นที่ใบหน้า
    2.การเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง โดยเนื้อบริเวณแก้มจะเคลื่อนลงล่างทำให้ร่องแก้มชิดขึ้น เกิดการหย่อนของเนื้อเยื่อใต้ต่อกราม และการหย่อนของกล้ามเนื้อที่คอ
    การผ่าตัดดึงหน้าช่วยให้ดูอ่อนวัยขึ้น โดยหลักการของการผ่าตัดจะแก้ไขในส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลงโดย

    1.แก้ไขการหย่อนยานและรอยย่นของผิวหนังที่ใบหน้า โดยการตัดผิวหนังส่วนเกินออก
    2.แก้ไขการหย่อนของเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังโดยการเย็บรั้งเนื้อที่หย่อนให้อยู่ในตำแหน่งปกติ

          การผ่าตัดจะทำได้ทั้งการวางยาสลบ หรือฉีดยาชาเฉพาะที่ ขึ้นกับความต้องการของคนไข้ และดุลยพินิจและความเชี่ยวชาญของแพทย์ โดยปกติจะใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง จะมีแผลผ่าตัดที่หนังศีรษะเหนือต่อหูผิวหนังหน้าและหลังหู หลังจากแผลหายเป็นปกติแล้วจะเกิดรอยแผลเป็นน้อยมาก เรียกว่าถ้าไม่สังเกตุจริง ๆ จะไม่เห็นรอยแผลเป็นเลย หลังผ่าตัดต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล 1 วัน หลังการผ่าตัด 10 วันเมื่อผลหายเป็นปกติสามารถไปทำงานได้ แต่ถ้าในผู้ป่วยที่มีไขมันใต้คางมากสามารถดูดหรือตัดไขมันใต้คางพร้อมกับการผ่าตัดดึงหน้าได้เลย ส่วนของกล้ามเนื้อใต้คางที่หย่อนยานสามารถแก้ไขได้โดยการผ่าตัดเก็บกล้ามเนื้อให้กระชับขึ้น จะมีแผลที่บริเวณใต้คาง

    ข้อควรปฏิบัติ
    1.นอนยกศีรษะสูงเพื่อลดอาการบวม
    2.สระผมได้หลังผ่าตัด 2 วัน
    3.ตัดไหมหลังผ่าตัด 5 – 7 วัน
    4. ออกกำลังกายได้ตามปกติหลังผ่าตัด 5 สัปดาห์
       
     
  • การเสริมคาง
           ใบหน้าของคนเรามีตำแหน่งที่นูนอยู่ 4 ตำแหน่ง คือหน้าผาก จมูก แก้ม และคาง ใบหน้าที่ดูสวยจะมีความสมดุลใน 4 ตำแหน่งนี้ ถ้ามีส่วนใดส่วนหนึ่งนูนน้อยเกินไป การเสริมให้นูนขึ้นจะช่วยให้ใบหน้ามีความสมดุล เช่น การเสริมจมูก เสริมโหนกแก้ม หรือการเสริมคาง

    การเสริมคางทำได้หลายแบบเช่น
    1.ใช้ ซิลิโคนแท่ง วิธีนี้ใช้ในกรณีที่ต้องการเสริมน้อยหรือปานกลาง ข้อดีคือเป็นการผ่าตัดที่ง่าย ใช้เวลาไม่นานนัก ไม่ต้องวางยาสลบ ข้อเสียคือต้องใช้ซิลิโคนใส่เข้าในร่างกาย
    2.ใช้วิธีเลื่อนกระดูกคางให้ยื่นไปด้านหน้า วิธีนี้ใช้ในกรณีที่ต้องการเสริมมาก ข้อดีคือไม่ต้องใช้ซิลิโคน ใช้กระดูกตัวเองในการเสริม แต่ข้อเสียคือเป็นการผ่าตัดที่ยากกว่า มีแผลยาวกว่า ต้องวางยาสลบ ใช้เวลาในการผ่าตัดนาน
    3.ใช้กระดูกตัวเองเสริม (onlay bone graft) วิธีนี้ปัจจุบันไม่นิยมทำแล้วเนื่องจาก กระดูกที่เสริมอาจละลายไปได้ และต้องมีแผลเพิ่มบริเวณที่จะเอากระดูกมาเสริม
    การใช้แท่งซิลิโคนเสริมคาง มีการทำมาประมาณ 30 – 40 ปีมาแล้ว เป็นการผ่าตัดที่ปลอดภัย โดยการเหลาแท่งซิลิโคนให้ได้รูปร่าง แล้วสอดผ่านรอยแผลไปวางบนกระดูกที่คาง

    การผ่าตัดมี 2 แบบคือ
    1.มีแผลภายในปาก ไม่มีแผลภายนอก นิยมทำกันมากที่สุดเพราะไม่มีแผลเป็นให้เห็น
    2.มีแผลใต้คาง ใช้ในกรณีที่คางเล็กมาก การใส่ทางแผลในปากอาจทำให้ซิลิโคนอยู่ในตำแหน่งที่สูงเกินไป

          หลังผ่าตัดเสริมคางด้วยแท่งซิลิโคนสามารถกลับบ้านได้เลย ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล บริเวณคางจะบวมมากในช่วง 3 วันแรกหลังจากนั้นจะค่อย ๆ ยุบบวมลง 2 วันแรกหลังผ่าตัดควรกินเฉพาะอาหารเหลว เพื่อให้แผลเริ่มติดแล้วจึงกินอาหารตามปกติได้ในวันที่ 3
    ภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดเกิดขึ้นได้ เช่น ซิลิโคนโผล่ออกมาทางผิวหนัง ติดเชื้อ กระดูกคางบางลง เลือดออกจากแผลผ่าตัด ชาบริเวณริมฝีปากล่าง แท่งซิลิโคนอยู่ในแหน่งที่ไม่ดี
       
     
  • นวตกรรมใหม่ดึงหน้าโดยไม่มีแผลเย็บ
           สำหรับผู้หญิงทุกคนแล้วผมเชื่อว่า เมื่อมีอายุเพิ่มขึ้นทุกคนต้องรู้สึกเป็นกังวลกับความหย่อนยานของผิวหนัง รวมทั้งริ้วรอยความเหี่ยวย่นที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะบริเวณใบหน้า
    ผมมีเรื่องราวเกี่ยวกับการผ่าตัดดึงหน้า เทคนิคใหม่ ที่กำลังได้รับความนิยมในญี่ปุ่น ถ้าคุณ ๆ เคยได้ยินหรือมีภาพพจน์ของการผ่าตัดดึงหน้าแบบเก่า ๆ ว่าดึงแล้วใบหน้าตึงเหมือนใส่หน้ากาก ดึงแล้วผิวหนังจะถูกดึงร่นขึ้นมาเรื่อย ๆ ใบหน้าหลังผ่าตัดบวมช้ำมาก ต้องพักฟื้นหลายวัน ซึ่งทั้งหมดนี้ฟังดูแล้วน่ากลัว

         แต่สำหรับการดึงหน้าเทคนิคใหม่นี้เป็นการดึงหน้าในชั้นใต้ผิวหนังที่เรียกว่า SMAS (SUPERFICIAL MUSCULO-APONEUROTIC SUSTEM) ซึ่งเป็นการดึงหน้าที่เหมาะกับใบหน้าของชาวเอเชีย (ORIENTAL FACE) เนื่องจากเป็นการดึงชั้นใต้ผิวหนัง ทำให้ดูเป็นธรรมชาติมากกว่า ไม่ต้องตัดผิวหนังมาก ผลก็คือทำให้อาการบวมเจ็บช้ำน้อยกว่าวิธีผ่าตัดแบบเดิม ๆ และรอยแผลน้อยกว่าเดิม

          ซึ่งโดยเทคนิคนี้คนไข้สามารถจะทำผ่าตัดพักฟื้นที่โรงพยาบาลเพียง 1 – 2 วัน หรือกลับบ้านได้เลย และบวมเพียงเล็กน้อย สามารถกลับไปทำงานภายในระยะเวลาแค่ 1 สัปดาห์
       
     
  • การลบรอยตีนกา (CROW FEET)
           เวลาที่เรายิ้มหรือหัวเราะจะเกิดริ้วรอยย่นบริเวณหางตาให้เห็น ซึ่งเมื่อนานวันเข้า ริ้วรอยเหล่านี้ก็จะลึกและคงอยู่ให้เห็นบนใบหน้า ทำให้เกิดความรู้สึกหน้าแก่กว่าวัย
    สาเหตุของรอยตีนกาเกิดจากการหดตัวของกล้ามเนื้อรอบดวงตา ทำให้เกิดรอยย่นขึ้น โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้นรอยตีนกาเหล่านี้จะยิ่งเด่นชัดขึ้น

    การลบรอยตีนกาที่ได้ผลชัดเจนมี 2 วิธี
    1.ฉีดยา Botox ใช้ฉีดเข้าในกล้ามเนื้อบริเวณหางตา เพื่อให้ยาออกฤทธิ์ต่อกล้ามเนื้อทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว ผลที่ตามมาก็คือรอยย่นของผิวหน้าซึ่งเกิดจากการดึงรั้งของกล้ามเนื้อนั้น ๆ ก็จะสลายหายไป หลังจากฉีด Botox แล้ว 2 – 3 วัน ยาจะออกฤทธิ์และเห็นผลชัดเจนใน 7 วัน ข้อเสียของ Botox คือมีฤทธิ์ 4 – 6 เดือน ฤทธิ์ของยาจะหมดไปดังนั้นหลังจากยาหมดฤทธิ์แล้วต้องมาฉีดซ้ำ มีรายงานการศึกษาทางด้านคลีนิคพบว่าการฉีดบ่อยครั้งจะสามารถ ยืดระยะเวลาการฉีดครั้งต่อไปให้นานขึ้นได้
    2.การผ่าตัด โดยจะมีแผลผ่าตัดยาว 4 – 5 เซนติเมตร ที่บริเวณหนังศีรษะบริเวณขมับทั้ง 2 ข้าง หลังจากแผลหายแล้วจะไม่เห็นแผลเป็นเนื่องจากแผลจะถูกปิดด้วยเส้นผม การผ่าตัดจะใช้การฉีดยาชา ไม่ต้องวางยาสลบ หลังผ่าตัดสามารถกลับบ้านได้เลย ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล หลักการของการผ่าตัดคือจะผ่าเข้าไปดึงผิวหนังบริเวณตีนกาให้ตึงขึ้น และตัดกล้ามเนื้อบริเวณหางตาซึ่งเป็นสาเหตุของรอยตีนกา หลังผ่าตัดจะบวมเล็กน้อยที่ขมับ สระผมได้หลังผ่าตัดแล้ว 2 วัน ตัดไหมประมาณ 10 วันหลังผ่าตัด
    ข้อดี ของการผ่าตัดคือจะลบรอยตีนกาได้ระยะยาวหลายปี
    ข้อเสีย คือต้องทำการผ่าตัด
       
     
  • คุยกับหมอ
      จาก คุณ รัชนี จ.เชียงใหม่

    ถาม : สวัสดีค่ะคุณหมอดิฉันเคยฉีด Silicone ที่ใบหน้ามาประมาณ 20 กว่าปี แต่ขณะนี้มีก่อนแข็งขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3 เซนติเมตร ที่ข้างแก้มทั้ง 2 ข้าง จะมีวิธีการแก้ไขอย่างไร
    ตอบ : กรณีที่ฉีด Silicone มานานแล้ว Silicone เหลวไหลลงมาเป็นก้อนแข็งจับได้ขอบเขตที่แน่นอน แบบนี้สามารถผ่าตัดเอาออกได้ โดยก้อนที่อยู่ใต้ตาผ่าออกทางใต้ตาล่าง โดยลงแผลผ่าตัดเหมือนแผลที่ผ่าตัดตาล่าง แล้วสามารถเลาะเอาก้อน Silicone แข็งออกได้เกือบหมด ยกเว้นชั้นที่ติดผิวหนังจริง ๆ ซึ่งอาจจะเหลืออยู่บ้าง หลังเอาออกก็ทำการตัดหนังที่เกินออกเหมือนทำตาล่างที่หย่อนยาน แต่ถ้าก้อนใหญ่มากอาจมีช่องว่างเหลืออยู่ ซึ่งหลังผ่าตัดอาจจะต้องใช้ Collagen หรือ Polymer ฉีดแก้ไขรอยบุ๋มของผิวหนังได้

          สำหรับก้อนข้างแก้มทั้ง 2 ข้าง ก็สามารถเอาออกได้ทางเดียวกับการผ่าตัดดึงหน้า แล้วเลาะเอาก้อนออกโดยให้ระวังเส้นประสาทที่เลี้ยงมุมปากหลังเลาะออกก็ดึงผิวหนังส่วนเกินออก แล้วเย็บเหมือนกับการดึงหน้า โดยจะมีแผลเย็บบริเวณหน้าหูและหลังหู
       
     
  • การดึงตีนกาและดึงหน้า
           การดึงตีนกาเป็นการผ่าตัดที่นิยมทำกันมาก โดยเฉพาะคนที่เริ่มมีอายุเข้าเลข 4 ขึ้นไป สาเหตุของการเกิดตีนกาคือเกิดจากล้ามเนื้อบริเวณรอบ ๆ ดวงตา โดยเฉพาะด้านข้างของดวงตาจะมีการทำงานมากมาเป็นเวลานาน ดังนั้นเวลายิ้มหรือหัวเราะจะเห็นด้านข้างของรอบดวงตาเป็นรอยย่นเหี่ยวอย่างเห็นได้ชัด

    การแก้ไขมี 2 วิธีคือ
    1. การฉีดสารสังเคราะห์ประเภท Botulinum Toxin เป็นสารซึ่งสกัดจากเชื้อราในอาหารกระป๋อง สารนี้มีฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อหยุดการทำงานคือหยุดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ เวลายิ้มหรือหัวเราะก็จะทำให้ตีนกาไม่เกิด ข้อดีคือทำให้ตีนกาหายโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ข้อเสียคือราคาแพงและสลายตัวเร็ว จะอยู่ได้ประมาณ 4 – 6 เดือน ก็ต้องมาฉีดใหม่
    2. วิธีผ่าตัดปัจจุบันมีการพัฒนามากขึ้น คือจะสามารถทำการผ่าตัดให้แผลเล็กลง แผลหายเร็วขึ้น ไม่ยุ่งยากและสามารถกลับทำงานได้เร็วกว่าเดิม

          การผ่าตัดเปิดแผลบริเวณข้างไรผมห่างจากไรผมด้านข้างเข้าไปประมาณ 1 นิ้ว ยาวประมาณ 3 นิ้ว แล้วเลาะผิวหนังกับขอบของดวงตาที่ติดกับกล้ามเนื้อรอบดวงตาให้คลายตัว และเย็บรั้งไว้ด้านข้าง ตัดหนังบางส่วนที่เกินไป ใช้เวลาทำทั้งสองข้างประมาณ 1 ชั่วโมง ก็สามารถกลับบ้านได้ การทำวิธีนี้จะมีข้อดีคืออยู่ได้นานกว่าแบบแรก
       
     
  • การผ่าตัดดึงหน้า
           เมื่อเวลาผ่านไป ใบหน้าของคนเราจะมีการเปลี่ยนแปลงทำให้ดูมีอายุมากขึ้น เป็นสิ่งซึ่งเกิดขึ้นตามธรรมชาติ ยังไม่มีวิธีใดที่จะหยุดการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ อย่างไรก็ตามการผ่าตัดดึงหน้าจะช่วยให้ดูอ่อนวัยขึ้น ช่วยเพิ่มความมั่นใจในตัวเองว่าเราไม่แก่เกินวัย
    เมื่ออายุมากขึ้นจะมีการเปลี่ยนแปลงที่ใบหน้าคือ

          การเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง จะเกิดรอยย่น เกิดการหย่อนยานของผิวหนังและผิวหนังก็จะเหี่ยวย่น

          การเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง โดยถุงไขมันใต้ตาจะเด่นชัดขึ้น ไขมันที่แก้มเคลื่อนต่ำลงทำให้ร่องแก้มเด่นชัดขึ้น เกิดถุงไขมันที่บริเวณกราม
    การผ่าตัดดึงหน้า เป็นการผ่าตัดเพื่อแก้ไขในส่วนที่ใบหน้ามีการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้อายุมากขึ้น โดยหลักการจะแก้ไขใน 2 ส่วน แก้ไขรอยย่นและการหย่อนยานของผิวหนัง โดยการดึงผิวหนังให้ตึง และตัดผิวหนังส่วนเกินออก
    แก้ไขการหย่อนของเนื้อเยื่อและไขมันใต้ผิวหนัง โดยการเย็บรั้งส่วนของเนื้อเยื่อที่หย่อนให้อยู่ในตำแหน่งปกติ

    การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด
         สระผมตอนเช้าก่อนผ่าตัดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ผู้ที่มีความดันสูงต้องควบคุมให้ปกติก่อนผ่าตัด 2 สัปดาห์ งดสูบบุหรี่ และงดยาแอสไพริน 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด สำหรับผู้ที่จะวางยาสลบต้องงดน้ำ งดอาหารก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 6 ชั่วโมง

    การผ่าตัด
         ทำได้ทั้งการวางยาสลบ หรือฉีดยาชาเฉพาะที่ ขึ้นกับความต้องการของคนไข้ และดุลยพินิจของแพทย์ ใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 2 ชั่วโมง จะมีแผลผ่าตัดที่หนังศีรษะเหนือต่อหู บริเวณหน้าหูและหลังหู โดยหลังจากแผลหายแล้วรอยแผลจะมีน้อย ถ้าไม่สังเกตจะไม่เห็นรอยแผล หลังผ่าตัดต้องนอนโรงพยาบาล 1 วัน สามารถไปทำงานได้หลังผ่าตัด 10 วัน ถ้ามีไขมันใต้คางมากสามารถดูดหรือตัดไขมันใต้คางร่วมกับการผ่าตัดดึงหน้าได้

    การดูแลหลังผ่าตัด
    นอนยกศีรษะสูงเพื่อลดอาการบวม
    สระผมได้หลังผ่าตัดแล้ว 2 วัน
    ตัดไหมหลังผ่าตัดแล้ว 5 – 7 วัน
       
     
  • การผ่าตัดดึงหน้าซ้ำ
           เมื่ออายุมากขึ้นใบหน้าจะมีการเปลี่ยนแปลงโดยผิวหนังจะมีรอยย่น ร่องแก้มลึกขึ้น และกระพุ้งแก้มจะห้อยต่ำลง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะทำให้ดีขึ้นได้โดยการผ่าตัดดึงหน้า อย่างไรก็ตามหลังผ่าตัดเมื่อเวลาผ่านไปนาน ๆ การเปลี่ยนแปลงดังที่กล่าวมาแล้วก็ยังคงมีอยู่ โดยที่ผู้ที่มีอายุน้อยการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะช้ากว่าผู้ที่มีอายุมาก ดังนั้นบางรายหลังการผ่าตัดดึงหน้าครั้งแรกแล้ว 5 – 10 ปี อาจต้องการผ่าตัดอีกเป็นครั้งที่สองหรือที่สาม
    การผ่าตัดดึงหน้าครั้งที่สองจะมีแผลที่เดิมที่เคยผ่าตัดครั้งแรก แต่ในรายละเอียดจะแตกต่างกันบ้าง โดยการผ่าตัดจะยากกว่าครั้งแรก เนื่องจากมีผังผืดเกิดขึ้น หลังการผ่าตัดครั้งแรก และชั้นของไขมันที่ใบหน้าจะบางลง โดยเฉพาะการผ่าตัดดึงหน้าครั้งที่สองภายใน 1 ปี ไปแล้ว

          การผ่าตัดดึงหน้าครั้งที่สองมักเป็นผู้ที่มีอายุมาก ดังนั้นก่อนผ่าตัด ต้องเตรียมตัวมากกว่าปกติ โดยผู้ที่มีความดันโลหิตสูง, เป็นเบาหวาน หรือเป็นกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด จะต้องคุมโรคเหล่านี้ให้ดีก่อนผ่าตัด

          ส่วนการดูแลหลังผ่าตัดก็ไม่แตกต่างจากการผ่าตัดครั้งแรก เช่น นอนยกศีรษะสูงเพื่อลดอาการบวม, สระผมได้หลังผ่าตัด 2 วัน, ตัดไหมหลังผ่าตัด 5 – 7 วัน
    สรุปแล้วการผ่าตัดดึงหน้าครั้งที่ 2 หรือ 3 สามารถทำได้โดยผลที่ได้ และความปลอดภัยจะใกล้เคียงกับการผ่าตัดครั้งแรก

     
     

    Thailand plastic surgery | Plastic surgery thailand | Bangkok plastic surgery | Thailand cosmetic surgery | Thailand surgery

    Macromedia Flash plug-in required - All Rights Reserved 2004. Copy Rights Bangmod Hospital.