• อยากทราบว่าจะมีวิธีการเลือกใช้ครีมกันแดดได้อย่างไร และจะมีผลต่อผิวหนังเราอย่างไรบ้าง ?
  •   ผลร้ายของแสงแดดที่มีต่อผิวหนังเป็นผลจากรังสีอุลตราไวโอแลตที่มีอยู่ในแสงแดดนั้นเอง ทำให้ผิวเกิดไหม้แดง หมองคล้ำ เกิดฝ้า กระ และแก่ก่อนวัย ร้ายไปกว่านั้นก็คืออาจเกิดมะเร็งผิวหนังขึ้นได้
    การเลือกใช้ยาดันแดดก็มีปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกใช้ยากันแดดคือ

    1. ประเภทของผิว คือสีผิวที่มีอยู่เดิมลักษณะสีผิวของคนในเอเชีย จะไม่เหมือนกับสีผิวคนในยุโรปดังนั้นการเลือกใช้ครีมกันแดดก็จะต่างกัน คนสีผิวขาวผิวหนังจะถูกทำลายโดยแสงแดดได้ง่ายกว่าคนผิวดำเพราะว่า คนผิวดำมีเม็ดสีเมลานินช่วยในการดูดซับแสงได้มากกว่า ผิวหนังจึงถูกทำลายได้ยากกว่า ส่วนการจะดูว่าครีมกันแดดตัวใดกันได้มากกว่าตัวใดนั้นเราดูได้จากค่า SPF (SUN PROTECTION FACTOR) คือค่าความสามารถของครีมกันแดด ที่จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอาการไหม้แดดหลังจากตากแดด ซึ่งส่วนใหญ่เกิดขั้นโดยรังสี UVB ความสามารถของครีมกันแดดจะแสดงค่าเป็นตัวเลข สมมุติว่าถ้าตากแดดนาน 1 ชั่วโมง โดยไม่ใช้ครีมกันแดดและเกิดผิวไหม้แดง แต่ถ้าใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 15 ก็จะช่วยให้ให้สามารถตากแดดได้นานขั้น เป็น 15 ชั่วโมง หรือ 16 เท่า โดยไม่เกิดอาการไหม้แดง โดยปกติแล้วคนในประเทศไทยแถบเอเชียสามารถใช้ครีมกันแดดได้ตั้งแต่ SPF 15 ถ้าไม่ได้ทำงานอยู่ท่ามกลางแสงแดดตลอดเวลา แต่ถ้าหากว่าจะเป็นการเล่นกีฬากลางแจ้งหรือว่าริมทะเลควรต้องใช้ค่า SPF ที่มากขึ้น

    2. ลักษณะของผิว ในแต่ละคนจะมีลงลักษณะของผิวที่ไม่เหมือนกันบางคนจะมีผิวมัน บางคนผิวแห้ง การเลือกใช้ครีมกันแดดจึงต้องต่างกันเพราะ ถ้าคนผิวมันแล้วเลือกครีมกันแดดที่มันก็จะทำให้ไม่อยากทาครีมกันแดด หรือถ้าไม่มากพอทำให้กันแดดได้ไม่ดีพอหรือไม่ก็อาจจะเกิดสิวขึ้นได้ จากการที่ครีมกันแดดจากการที่ครีมกันแดดบางตัวกระตุ้นให้เกิด comedonได้ ดังนั้นโดยทั่วไปแล้วควรให้แพทย์ตรวจสภาพผิวก่อนที่จะใช้ครีมกันแดด เพื่อที่จะได้ผลจากครีมกันแดดนั้นเต็มที่

    3. ปัญหาของผิวหน้าที่มีอยู่เดิม ผิวหน้าของคนทั่วไปไม่เหมือนกัน บางคนมีโรคผิวหนังเดิมอยู่แล้วเช่นเป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนังหรือว่ามีผิวที่แพ้ง่าย คนเหล่านี้ควรได้รับการตรวจรักษาโดยแพทย์ผิวหนังก่อนที่จะเริ่มใช้ครีมกันแดด เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจจะตามมาได้
    สำหรับการทาครีมกันแดดก็ควรทาก่อนออกแดดประมาณ 30 นาที จึงจะได้ผล ส่วนคนที่ใช้กันแดดก่อนลงสระว่ายน้ำก็ควรใช้แบบกันน้ำได้และต้องทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง ส่วนอายุที่เริ่มใช้กันแดดได้ก็เริ่มตั้งแต่เด็ก ซึ่งจะดีกว่าการที่มาเริ่มใช้ตอนโตซึ้งถึงตอนนั้นก็อาจจะมีปัญหาทางด้านผิวหนังแล้ว ปัจจุบันนี้พบว่ารังสีอุลตร้าไวโอเลตที่มีอิทธิพลต่อผิวมี 2 ชนิด คือ รังสี UVA และ UVB ดังนั้นการเลือกใช้ครีมกันแดดจึงควรเลือกที่กันได้ทั้งสองแบบ ส่วนช่วงเวลาที่ควรหลีกเลี่ยงการตากแดดคือ10.00-16.00น. เพราะช่วงนี้รังสีอุลตราไวโอเลตจะมีมาก กลับด้านบน
       
     
  • จี้ไฝด้วยไฟฟ้าตรงใบหน้าแล้วทำให้เป็นแผลเป็นสีชมพู ทีแรกนึกว่ามันจะค่อย ๆ จางหายพอเวลาผ่านไป 3-4 ปี มันก็ไม่หาย มีวิธีไหนบ้างที่จะทำให้แผลเป็นที่เป็นสีชมพูจางลง แล้วถ้ามันจางลงมันจะกลมกลืนกับสีผิวบนใบหน้าหรือเปล่า ?
  •   แผลเป็นที่เป็นสีชมพู จากการใช้ไฟฟ้า จี้ เนื่องจากการจี้ จะทำให้ผิวหนังบริเวณที่จี้ได้รับความร้อนจากไฟฟ้า การรักษาคือจะใช้ยาที่สามารถดูดความร้อนจาก Cell และแก้ไขสีชมพูหลังการทำ ไฟฟ้าได้ครับ กรณีของคุณแผลสีชมพูเป็นมาประมาณ 3 - 4 ปี คงต้องใช้ Laser ดูดสีชมพูออกไปครับ เนื่องจากเป็นมานานแล้ว กลับด้านบน
       
     
  • สอบถามรายละเอียดเรื่องของการผลัดผิวด้วย AHA และ BHA ว่าเมื่อไปทำแล้วจะมีอันตรายหรือเปล่า ?
  •   ในการใช้กรด AHA และ BHA ถ้าใช้ในเปอร์เซ็นต์ที่ถูกต้องคือไม่มากหรือน้อยเกินไป และใช้ในระยะเวลาที่ถูกต้อง ก็จะเป็นผลดีมากกว่าผลเสีย แต่ควรใช้ด้วยความระมัดระวังและอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อย่าซื้อยามาใช้เองเพราะผิวหนังแต่ละคนจะหนา, บาง ต่างกัน และไวต่อยาไม่เท่ากัน กลับด้านบน
       
     
  • มีปัญหาเรื่องแผลเป็นบนใบหน้า ขอทราบรายละเอียดในการลบรอยแผลเป็นว่ามีวิธีการรักษาอย่างไรบ้าง ?
  •   การลบรอยแผลเป็นบนใบหน้า ต้องดูว่าแผลเป็นนั้นเป็นนานแค่ไหน เป็นแผลเป็นแบบนูนหรือหลุมลึก ขนาดแผลเป็นเท่าไหร่ และเกิดจากอะไร มีการทำลายของผิวลึกแค่ไหน แต่ส่วนใหญ่แล้วจะแนะนำให้พบแพทย์ที่เชี่ยวชาญดู และวิเคราะห์ก่อน การรักษาขึ้นกับลักษณะต่าง ๆ ตามที่กล่าวข้างต้น มีตั้งแต่ทายา, ฉีดยา, ตกแต่งแผลใหม่, ใช้ Laser , ใช้ Phono, ใช้ Ionto ฯลฯ กลับด้านบน
       
     
  • สนใจเรื่องของการทำลักยิ้ม และการถอนขนถาวร อยากทราบรายละเอียดเกี่ยวกับ การทำก่อนว่าต้องเตรียมตัวและต้องปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง ?
  •   การทำลักยิ้มเป็นวิธีง่าย ๆ สามารถทำผ่าตัดโดยไม่ต้องนอนพักที่โรงพยาบาล ใช้ยาชาเฉพาะที่บริเวณที่ต้องการทำลักยิ้ม แล้วเปิดแผลในปาก บริเวณกระพุ้งแก้มให้ตรงกับบริเวณที่จะทำลักยิ้มภายนอก ใช้เครื่องมือตัดกล้ามเนื้อบริเวณแก้มออกบางส่วน แล้วจึงเย็บผิวหนังด้านนอกเข้าหากัน แล้วปิดแผลด้านใน ก่อนทำก็จะต้องทำความสะอาดปากให้เรียบร้อย แล้วหลังผ่าตัดให้งดอาหารรสจัดประมาณ 2-3 วัน แพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะและให้น้ำยาบ้วนปากไปใช้ประมาณ 2 - 3 วันแรก

    เรื่องของการกำจัดขนถาวรปัจจุบันวิธีที่ได้ผลดีคือการไปทำลายรากขน โดยจะไม่เกิดแผลบริเวณผิวหนัง ซึ่งยังคงนิยมใช้เข็มที่ทำไว้ใช้เฉพาะ คือจะมีขนาดเล็กตามแต่รูขุมขนบริเวณใดที่ต้องการใช้ ถ้ารูขุมขนใหญ่รากขนหนาก็ใช้เข็มใหญ่ รูขุมขนเล็กรากขนสั้นก็ใช้เข็มสั้นและเล็ก กระแสไฟฟ้าก็ปรับตามขนาดของรากขน วิธีนี้แม้จะเก่าแล้วแต่ยังใช้ได้ดีในบ้านเรา ซึ่งเศรษฐกิจยังแย่อยู่ ผลที่ได้ก็จะประมาณ 90 % สำหรับวิธีอื่นเช่นการใช้ Laser ยังคงมีราคาแพงและต้องทำหลายครั้ง ซึ่งคนไทยไม่ค่อยนิยม ผลที่ได้ก็ไม่ถึง 90 % เลย กลับด้านบน
       
     
  • ดิฉันมีอีกเรื่องคือเป็นแผลเป็นที่แขน ซึ่งเกิดจากอุบัติเหตุมีวิธีไหนบ้างที่จะทำให้แผลเป็นหายได้ ?
  •   แผลเป็นก็คือแผลที่เกิดแล้วไม่มีทางรักษาให้หายเหมือนปกติได้ แพทย์เพียงแต่ช่วยให้ดีขึ้น วิธีการรักษาก็จะมีการผ่าตัดเลื่อนมุม และแนวแผลให้ไปทางเดียวกันกับผิวหนัง ซึ่งจะทำให้แผลดูเล็กลง และดูจางลงเท่านั้น การผ่าตัดแผลเป็นมักจะต้องผ่าตัดหลังจากเกิดอุบัติเหตุ 6 เดือนไปแล้ว เพื่อให้แน่ใจว่าแผลที่เกิดนั้นหยุดนิ่งไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแล้วจึงทำการแก้ไขได้ ค่าใช้จ่ายขึ้นกับตำแหน่งที่เป็นและขนาดของแผล กลับด้านบน
       
     
  • เรื่องกลิ่นตัวแรงมาก เป็นอย่างนี้มาประมาณ 5 ปีแล้ว แต่หนูก็ใช้ลูกกลิ้ง น้ำหอม แป้ง สบู่ แต่ก็ยังไม่หาย และถ้ายิ่งใช้เครื่องสำอางก็ยิ่งเหม็นมากขึ้นอีก ไม่ทราบว่าพอจะมีวิธีการแก้ไขหรือรักษาให้หายได้หรือไม่ ?
  •   เรื่องกลิ่นตัวแรง ปัจจุบันการแพทย์ก้าวไปมาก จะมีการรักษาโดยการดูดเจาะเซลสร้างไขมันออก และบางครั้งถ้ากลิ่นแรงมากอาจต้องตัดบริเวณที่เป็นใจกลางรักแร้ซึ่ง เป็นบริเวณที่มีเซลสร้างไขมันและต่อมเหงื่อจำนวนมากออกไป พร้อมกับดูดบริเวณข้าง ๆ ออก ผลที่ได้จะทำให้กลิ่นตัวหรือกลิ่นรักแร้หายได้ประมาณ 50-80 % กลับด้านบน
       
     
  • รักแร้ดำ ลองใช้ลูกกลิ้ง, สารส้มก็ไม่ขาวขึ้น ไม่ทราบว่าจะมีวิธีใดบ้างที่ทำให้ผิวขาวและเนียนเรียบขึ้นได้บ้าง ?
  •   ปัญหาเรื่องรักแร้ดำ แนะนำให้ใช้สารที่ทำให้ผิวขาวขึ้น ซึ่งแพทย์ผิวหนังจะแนะนำให้ดีกว่า เช่นอาจจะใช้สารจำพวก AHA, BHA, VIT C ฯลฯ กลับด้านบน
       
     
  • หน้าหนาวนี้ผิวแห้งและแตกมาก ไม่ทราบว่าพอจะมีวิธีการป้องกันหรือแก้ไขได้อย่างไรบ้าง ?
  •   มนุษย์มีผิวหนังไว้เพื่อป้องกันอวัยวะภายในร่างกาย ทุกครั้งที่ลมหนาวพัดผ่านมามักนำพามาซึ่งปัญหาที่ทำให้เราต้องดูแลผิวหนังมากเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผิวแห้ง ผิวอักเสบแดงคันหรือแพ้สิ่งต่าง ๆ รอบตัวง่ายขึ้น ตลอดไปถึงแสงแดดที่มีรังสีอุลตร้าไวโอเลตผ่านลงมามากขึ้น เพราะไม่มีเมฆไว้คอยสะท้อนรังสีนี้ออกไปก่อนถึงตัวเรา สิ่งเหล่านี้ทำให้ผิวสวยของเราต้องได้รับการดูแลป้องกันและบำรุงมากขึ้น
    สิ่งที่ต้องกระทำเมื่อลมหนาวมาเยือน
    1.พยายามหลีกเลี่ยงการใช้น้ำอุ่นอาบน้ำหรือล้างหน้า เพราะจะทำให้ผิวแห้งมากขึ้น
    2.ใช้มอยเจอร์ไรเซอร์บำรุงผิวที่ปราศจากน้ำหอมหลังอาบน้ำทุกครั้งจะช่วยทำให้ผิวหนังชุ่มชื้นขึ้น
    3.ใช้ครีมกันแดดทุกครั้งไม่ว่าจะออกจากบ้านหรือไม่ก็ตามเพื่อป้องกันรังสีอุลตร้าไวโอเลต
    สำหรับโรคทางผิวหนังที่พบบ่อยในหน้าหนาวมักเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสเช่น อีสุกอีใส (สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยเป็น) เป็นต้น ส่วนผู้ที่มีโรคผิวหนังเดิมอยู่แล้วก็มีบางโรคที่จะกระตุ้นให้อาการแย่ลงในหน้าคือโรคผิวแห้งอักเสบในผู้สูงอายุ และโรคภูมิแพ้ผิวหนังในเด็ก เมื่อคุณปฏิบัติตัวตามที่กล่าวไปแล้วข้างต้น แต่ยังมีความผิดปกติที่ผิวหนังอยู่อย่าพยายามหาซื้อยามาใช้เอง เพราะคุณอาจได้รับยาที่ไม่เหมาะสมหรือได้รับยาสเตียรอยด์มากหรือแรงเกินความจำเป็น ควรไปพบแพทย์ผิวหนังเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง กลับด้านบน
       
     
  • อยากจะแต่งแผลเป็นแต่ไม่ทราบว่าราคาประมาณเท่าไหร่ และต้องใช้เวลานานเท่าใดถึงจะทำให้แผลหายเป็นปกติ ?
  •   การรักษาแผลเป็นที่เกิดจากสิวก็ทำได้หลายอย่างเช่นเลเซอร์, ยาทา,เอเอชเอ, ไอออนโต หรือโฟโนโฟเรซีส ส่วนเรื่องราคา และระยะเวลาขึ้นกับสภาพผิวขณะเริ่มต้นรักษาว่าเป็นมากน้อยเพียงใด กลับด้านบน
       
     
  • เรื่องแผลเป็นอีสุกอีใส หน้าเป็นหลุมเต็มเลย ไม่ทราบว่าจะมีวิธีการรักษาอย่างไรบ้าง และถ้าใช้ครีมมีครีมอะไรบ้างที่จะช่วยให้หน้าที่เป็นหลุมเรียบขึ้น ?
  •   รอยแผลที่เกิดจากแผลเป็นอีสุกอีใสอาจจะดีขึ้นได้เองบ้าง เมื่ออายุมากขึ้น อาจรอไปก่อนได้ สำหรับยาทาไม่มีตัวไหนที่ช่วยได้ ถ้าใจร้อนควรไปพบแพทย์ผิวหนังเพื่อพิจารณาฉีดคลอลาเจนจะช่วยทำให้แผลตื้นขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายก็จะอยู่ประมาณหลักพัน ถ้าไม่ใจร้อนก็รอไปอีกสักระยะอาจดีขั้นได้บ้าง หรือมีอีกวิธีคือการใช้เลเซอร์ก็ช่วยได้ แต่ค่าใช้จ่ายก็เป็นหลักพันเหมือนกัน กลับด้านบน
       
      -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
     
  • การรักษาแผลเป็น
           เมื่อมีแผลเกิดขึ้นเป็นธรรมชาติของคนเราที่จะมีแผลเป็น หลังจากที่แผลหายแล้ว ปกติแล้วแผลเป็นจะเรียบเสมอกับผิวหนังอาจจะมีสีที่เข้มหรือจางกว่าสีผิว แผลเป็นที่ผิดปกติจะมีลักษณะนูนขึ้นกว่าปกติ (KELOID AND HYPERTROPHIC SCAR) แผลเป็นนูนอาจมีอาการ เจ็บ ปวด หรือคันบริเวณที่เป็น
    ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงว่าแผลเป็นนูนเกิดจากอะไร แต่ทราบว่ามีปัจจัยสนับสนุนให้เกิดแผลเป็นนูน เช่น การติดเชื้อที่แผล แผลบริเวณหน้าอกหรือหัวไหล่ ผู้ที่มีสีผิวเข้ม

    การรักษาแผลเป็นมีหลายวิธี
    1.ปิดด้วยแผ่นซิลิโคนสามารถทำให้แผลเป็นที่นูนยุบลงได้ ต้องปิดแผลเป็นไว้ตลอดเวลา ใช้เวลาในการรักษา 4 – 6 เดือน
    2.การพันด้วยผ้า (ELASTIC BANDAGE) ที่บริเวณแผลเป็นช่วยป้องกันไม่ให้แผลเป็นนูนขึ้น และช่วยทำให้แผลเป็นที่นูนยุบลงได้ โดยเฉพาะแผลเป็นที่เกิดจากแผลไฟไหม้หรือน้ำร้อนลวก
    3.การฉีดยา ใช้ยาพวกสเตียรอยด์ ฉีดเข้าไปในแผลเป็น ฉีดได้เดือนละ 2 ครั้ง จะทำให้แผลเป็นที่นูนยุบลงได้
    4.การฉายแสงใช้ภายหลังการผ่าตัดแผลเป็น จะไม่ใช้การฉายแสงอย่างเดียวในการรักษาแผลเป็น
    5.การผ่าตัด หลังผ่าตัด ตัดเอาแผลเป็นออกต้องฉีดยาหรือฉายแสงภายหลังการผ่าตัด เพื่อป้องกันการเกิดขึ้นใหม่ของแผลเป็น การผ่าตัดเพียงอย่างเดียวอัตราการเกิดขึ้นใหม่จะสูง
    6.การใช้แสงเลเซอร์ ผลการรักษายังไม่แน่นอนนัก อย่างไรก็ตามมีรายงานว่าใช้ได้ผลโดยเฉพาะ PULSED-DYE LASER หรือ IPL LASER
    อย่างไรก็ตามการรักษาแผลเป็น เป็นการทำให้แผลเป็นดีขึ้น แต่ไม่สามารถที่จะลบรอยแผลเป็นจนผิวหนังเป็นปกติได้ และบางครั้งต้องใช้วิธีการรักษาหลายอย่างควบคู่กันไป เช่นการผ่าตัดแล้วตามด้วยฉีดยาหรือฉายแสง หรือใช้ทั้งการฉีดยาร่วมกับการใช้แผ่นซิลิโคน
       
     
  • มือและนิ้วเหี่ยว
      ปัญหาเรื่องมือเหี่ยวหนังย่นและนิ้วเหี่ยว ปัจจุบันมีวิธีการแก้ไข โดนการฉีดไขมันของคนไข้เอง และ Mold ไปตามบริเวณที่เหี่ยวย่น โดยเฉพาะที่หลังมือและหลังนิ้วที่เหี่ยวจะเต่งตึงขึ้นทันที แต่โดยทั่วไปที่มือเหี่ยวย่นมักจะเป็นกับคนที่ผอม ดังนั้นจึงไม่ค่อยมีไขมันให้ดูดนำมาฉีด เพราะการฉีดแต่ละครั้งมักต้องใช้ไขมันประมาณข้างละอย่างต่ำ 50 cc ถึง
    100 cc

    ในกรณีที่เป็นกับคนผอมและไม่สามารถนำไขมันมาได้มาก จะมีอีกวิธีหนึ่งคือการใช้สาร Collagen หรือ Polymer บางตัวมาฉีด ซึ่งมีข้อดีคือไม่ต้องเจ็บ 2 ที่ และทำเสร็จเห็นผลทันที กรณีไม่ชอบก็สามารถเอาออกได้ การฉีดสารสังเคราะห์โดยทั่วไป จะต้องยึดหลัก 3 ข้อคือ
    1.ต้องเป็นสารที่ไม่ไหล
    2.ต้องเป็นสารที่ปลอดภัย
    3.กรณีมีการแพ้หรือไม่ชอบต้องสามารถเอาออกได้ หรือสลายตามเวลาที่กำหนด
    ดังนั้นการจะฉีดสารอะไรเข้าร่างกายต้องปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง
       
     
  • การดึงหน้าท้อง
           เป็นการแก้ปัญหาหน้าท้องของผู้หญิงที่มีหน้าท้องแตกลาย หรือหน้าท้องหย่อนยาน มักทำให้ผู้หญิงที่มีบุตรแล้ว หรือผู้หญิงที่อ้วนมาก

    จุดประสงค์ของการดึงหน้าท้อง
    1.แก้ไขท้องลาย
    2.แก้ไขหน้าท้องหย่อนยาน
    3.แก้ไขแผลเป็นในแนวตั้ง
    4.แก้ไขสะดือที่ไม่งาม

          ข้อดีของการดึงหน้าท้องคือแก้ปัญหาที่กล่าวมาได้ทั้ง 4 ประการ คือจะได้เอวที่คอด หน้าท้องที่เรียบร้อย และสะดือที่ได้รูปทรงมากขึ้น

          ข้อเสียคือจะมีรอยเย็บที่บริเวณหัวเหน่า หรือบริเวณเหนือหัวเหน่า ซึ่งคนไข้ต้องยอมรับแผลเป็นในแนวนอน จึงจะทำการผ่าตัดได้ ปัญหาที่พบบ่อย ๆ ในศัลยแพทย์ที่ดึงหน้าท้องคือคนไข้ผ่าตัดเสร็จไม่ยอมรับแผลที่เกิดขึ้น ก่อนผ่าตัดจึงควรแนะนำคนไข้ให้ดูรูปของแผลในแนวต่าง ๆ และลักษณะของแผลที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะคนตัวเล็ก ๆ และจะตึงมาก ซึ่งจะมีโอกาสเกิดการขยายกว้างของรอยแผลเย็บ หรือเกิด Keloid ได้มากกว่าคนที่อ้วนหรือมีหนังเกินมาก

         อีกตำแหน่งคือแผลรอบ ๆ สะดือ ซึ่งต้องให้คำแนะนำก่อนผ่าตัดทุกครั้ง หากคนไข้ไม่ยอมรับหรือกังวลเรื่องแผลมาก ก็จะไม่แนะนำให้ผ่าตัดเด็ดขาด
    การดึงหน้าท้องในต่างประเทศจะต่างกับคนในเอเชีย คือมักต้องการแผลที่อยู่ต่ำมาก ๆ ถึงหัวเหน่า บางประเทศนิยมเย็บปิดสะดือเลยเช่นเยอรมัน แผลของคนยุโรป อเมริกา มักจะเกิดแผลเป็น Keloid น้อยกว่าคนเอเชีย ดังนั้นคนไทยซึ่งเป็นคนเอเชียจึงต้องคำนึงถึงเรื่องแผลเป็นที่เกิดขึ้น และคนไทยมักนิยมแผลระดับหัวเหน่า หรือสูงกว่าเล็กน้อย แต่ต้องหลบอยู่ในกางเกงใน ซึ่งมักต้องดูลักษณะกางเกงในที่ใส่ว่าเป็นกางเกงทรงใด เพื่อให้แผลเป็นหลบตามขอบของกางเกงใน

         สะดือก็มีการทำตกแต่งในรูปแบบต่าง ๆ บางคนชอบกลม บางคนชอบรี บางคนชอบรูปหัวใจ ซึ่งศัลยกแพทย์สามารถทำให้ได้ตามต้องการ
    ดังนั้นคุณ ๆ ผู้หญิงทั้งหลายหากจะต้องการตัดหน้าท้องขอให้ปรึกษาแพทย์ที่ผ่าตัดก่อน และดูแผลที่เกิดว่ารับได้หรือเปล่าก่อนนะครับ เพื่อป้องกันการผิดหวังภายหลัง ท่านต้องชั่งใจระหว่างแผลที่เกิดกับรอยย่น, รอยแตกที่หายไปว่าอย่างไหนดีกว่ากัน

     
     

    Thailand plastic surgery | Plastic surgery thailand | Bangkok plastic surgery | Thailand cosmetic surgery | Thailand surgery

    Macromedia Flash plug-in required - All Rights Reserved 2004. Copy Rights Bangmod Hospital.